ที่ศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุพจน์ทรายแก้ว อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อม คณาจารย์มหาวิทยาลัยและนักศึกษาจ้างงาน ได้แถลงผลงานพัฒนาท้องถิ่นจ.พระนครศรีอยุธยา ตลอด1ปี ผ่านการขับเคลื่อนโครงการ”มหาวิทยาลัยสู่ตำบล สร้างรากแก้วให้กับประเทศ”ให้แก่ นางสรัลพัชร ประโมทะกะ รองผู้ว่าราชการจังหวัด พระนครศรีอยุธยา เป็นประธานในพิธี พร้อมคณะผู้บริหารส่วนราชการ
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา รับทราบ
มหาวิทยาลัยราชภัฎวไลยอลงกรณ์ใน พระบรมราชูปถัมภ์ เป็นสถาบันที่มุ่งมั่น และมีนโยบายในการ ทำงานด้านการพัฒนาท้องถิ่นอย่างจริงจัง โดยในปีที่ผ่านมานี้ ได้มีการดำเนินงาน โครงการยกระดับเศรษฐกิจ และสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ 1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัย (มหาวิทยาลัยสู่ตำบล สร้างรากแก้วให้ประเทศ (U2T) ให้ตรงตามเป้าหมายของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยเริ่มลงพื้นที่ดำเนินกิจกรรมพัฒนาท้องถิ่น ที่มหาวิทยาลัยรับผิดชอบทั้งหมดทุกพื้นที่กว่า 48 ตำบล ครอบคลุมพื้นที่ จังหวัดปทุมธานี 16 ตำบล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 18 ตำบล และจังหวัดสระแก้ว 14 ตำบล การจัดงานในวันนี้ มีการนำเสนอผลการดำเนินงานโครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบล แบบบูรณาการ 1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัย (มหาวิทยาลัยสู่ตำบล สร้างรากแก้วให้ประเทศ : U2T) จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จำนวน 18 ตำบล ซึ่งภายในห้องประชุมได้จัดจุดแสดงผลงาน
การนำเสนอที่มีอาจารย์ผู้ซึ่ง เป็นหัวหน้าผู้รับผิดชอบโครงการตำบลนั้น ๆ รวมกับผู้ถูกจ้างงานซึ่งอยู่ในโครงการการจ้างงานในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม คอยให้ข้อมูล และนำเสนอผลงานที่น่าสนใจที่ทางมหาวิทยาลัยได้เข้าไปพัฒนาในตลอด 1 ปีที่ผ่านมา เกิดผลงานเป็นที่ประจักษ์ และชุมชนได้รับการ
พัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น ซึ่งการจัดแสดงผลงานของมหาวิทยาลัยในครั้งนี้ เป็นสัญญาณที่ดีที่ ทางจังหวัดอยุธยา และหน่วยงานส่วนราชการทุกแขนง ได้รับรู้ผลการดำเนินงาน และจะได้บูรณาการภาคีเครือข่ายร่วมมือกันในการพัฒนาชุมชนต่อไปในอนาคต เพื่อให้ประชาชนในชุมชน ได้รับผลประโยชน์ และสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนตลอดไป
” ปีนี้ โครงการU2T มี 3 จังหวัด ทั้ง ปทุมธานี 16 ตำบล จ.สระแก้ว 14 ตำบล และ ปิดท้าย ที่จ.อยุธยา มี 18 ตำบล โดยพื้นที่ส่วนใหญ่ของอยุธยา อยู่ในอำเภอบางไทร เป็นพื้นที่ชนบท และเป็นทุ่งนา ซึ่งการดำเนินการของมหาวิทยาลัยเกิดให้ความเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง ประชาชนในพื้นที่ได้นำองค์ความรู้ไปเพื่อพัฒนาชุมชนของตัวเอง เช่นในเรื่องการเกษตร ปรับปรุงดิน ปรับปรุงปุ๋ย หาวิธีที่จะช่วยเพิ่มผลิตผลทางการเกษตร ตามด้วยแปรรูปผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ รวมถึงการออกแบบบรรจุผลิตภัณฑ์ให้น่าสนใจ รวมถึงเรื่องการทำตลาดออนไลน์ ที่ปัจจุบันมีความ สำคัญอย่างมาก วัตถุประสงค์ที่สร้างโครงการนี้ เพื่อให้ชาวบ้านสามารถ เรียนรู้และนำไปพัฒนาชุมชนของตัวเอง ซึ่งเป็นราโชบายของในหลวง ร.10 ที่อยากให้มหาวิทยาลัยราชภัฎ พัฒนาท้องถิ่นที่ตั้งของมหาวิทยาลัย”
“ส่วนในชวงกลางปีหน้ามหาวิทยาลัย จะสร้าง Market place ในมหาวิทยาลัย ใช้พื้นที่ 20-30 ไร่ โดยทางมหาวิทยาลัยมีร้านค้าและนำสินค้าในชุมชนมาวางจำหน่ายแล้วก็มีการ จัดไลฟ์สดขายของ โดยใช้เจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับชุมชน เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ รวมถึงเปิดโอกาสให้ประชาชนในชุมชนได้เข้ามาใช้ ตอนนี้มหาวิทยาลัยได้จัด เตรียมสตูดิโอ และอาคารไว้รองรับ เพื่อจะทำให้เป็น VRU Modern Place”
นอกจากโครงการ”U2T”ที่จะยังดำเนินต่อไป มหาวิทยาลัยยังมีจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงให้เกิดขึ้นในตำบลต่าง ๆ เพื่อใช้ในการเรียนการสอน โดย ปีหน้าจับมือกับกรมพัฒนาชุมชน จะจัดโครงการเศรษฐกิจพอเพียงโคกหนองนา ในพื้นที่ 20ไร่ เป็นตัวอย่างให้ชุมชน รวมถึงโครงการยกระดับคุณภาพของโรงเรียนเครือข่าย ประมาณ30โรงเรียน เพื่อให้ครูไปปรับใช้ในการเรียนการสอนให้ทั่วถึงคนในชุมชนอีกด้วย