คัดลอก URL แล้ว
ฟัง “เสียงที่คนอื่นไม่ได้ยิน : ประชากรกลุ่มเฉพาะ” สร้างสิทธิ-สวัสดิการสุขภาพเท่าเทียม

ฟัง “เสียงที่คนอื่นไม่ได้ยิน : ประชากรกลุ่มเฉพาะ” สร้างสิทธิ-สวัสดิการสุขภาพเท่าเทียม

ผู้สูงอายุ คนพิการ คนไร้บ้าน แรงงานนอกระบบ ประชากรข้ามชาติ กลุ่มชาติพันธุ์ ผู้มีความหลากหลายทางเพศ เป็นส่วนหนึ่งในประชากรกลุ่มเฉพาะ ถือเป็นกลุ่มประชากรที่มีความเปราะบาง มีความเสี่ยง ที่ต้องการกระบวนการพิเศษในการเข้าถึงการสร้างเสริมสุขภาพ สุขภาวะ ผ่านปัจจัยทางสังคมต่างๆ ที่เป็นตัวกำหนดสุขภาพ(Social Determinants of Health) เช่น การเข้าถึงการมีงานทำ การมีที่อยู่อาศัย การมีระบบสวัสดิการที่ครอบคลุม ซึ่งที่ผ่านมาประชากรกลุ่มเฉพาะ ได้พยายามส่งเสียงถึงปัญหา ความเหลื่อมล้ำที่พวกเขายังไม่สามารถเข้าถึงและได้รับสิทธิอย่างเท่าเทียม

ปัจจัยทางสังคมที่กำหนดสุขภาพ โดยนิยามขององค์การอนามัยโลก ระบุว่า คือ สถานะของประชากรตั้งแต่เกิด ดำรงชีวิต ทำงานและมีอายุที่เพิ่มมากขึ้น สถานะดังกล่าวเป็นปัจจัยที่นำมาสู่ปัญหาความเหลื่อมล้ำของสุขภาพของประชากรทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ ซึ่งสถานะเหล่านี้เป็นสิ่งที่ไม่เท่าเทียม และสามารถที่จะหลีกเลี่ยงได้ โดยได้พัฒนากรอบแนวคิดในการศึกษาปัจจัยทางสังคมที่กำหนดสุขภาพ เป็น 2 ปัจจัย คือ 1)ปัจจัยเชิงบริบทโครงสร้าง สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง อาทิ การกระจายรายได้ เพศ เชื้อชาติ ความพิการ และโครงสร้างการกำกับดูแลของภาครัฐ 2) ปัจจัยส่งผ่านที่เป็นตัวกลาง ได้แก่ สภาพความเป็นอยู่ สภาพจิตใจ พฤติกรรม และปัจจัยทางชีวภาพ ล้วนเป็นผลลัพธ์จากการมีบริบททางสังคมและเศรษฐกิจที่แตกต่างกัน โดยทั้งสองปัจจัยมีผลต่อความเป็นอยู่และความเท่าเทียมทางสุขภาพของประชาชนที่แตกต่างกัน ซึ่งความเหลื่อมล้ำของปัจจัยทางสังคมที่กำหนดสุขภาพ จะส่งผลให้ประชากรกลุ่มเปราะบางมีความเสี่ยงเผชิญกับปัญหาด้านสุขภาพมากกว่าประชากรทั่วไป

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และภาคีเครือข่าย จัดประชุมวิชาการและแลกเปลี่ยนเรียนรู้เสียงที่คนอื่นไม่ได้ยิน : ประชากรกลุ่มเฉพาะ ครั้งที่ 2 “2nd Voice of the voiceless: the vulnerable populations” ก้าวสู่สุขภาวะที่เป็นธรรม รับฟังทุกเสียงอย่างเท่าเทียม ผนึกกำลังภาคีเครือข่ายประชากรกลุ่มเปราะบางในสังคมไทยกว่า 3,800 คน ที่ร่วมงานครั้งนี้ โดยทุกเสียงสะท้อนเป็นพลังสำคัญ ที่ช่วยขับเคลื่อนนโยบายให้ครอบคลุมประชากร 10 กลุ่ม ที่ สสส. ทำงานสร้างเสริมสุขภาวะ ทั้ง ผู้สูงอายุ คนพิการ คนไร้บ้าน กลุ่มชาติพันธุ์ แรงงานนอกระบบ ประชากรข้ามชาติ ผู้มีความหลากหลายทางเพศ ผู้หญิงที่ถูกกระทำความรุนแรง ผู้ต้องขัง และมุสลิม 

หนึ่งในไฮไลท์สำคัญของงาน คือ การแสดงชุด “The Voice of the Voiceless: เสียงจากดวงดาวที่ไร้เสียง” เป็นถ่ายทอดบทบาทสมมุติผ่านตัวละครที่อาศัยอยู่ในดวงดาวต่างดวงบนจักรวาล ทั้งดาวดอกไม้ ดาวสายรุ้ง และดาวขอฟ้า ตัวแทนจากประชากรกลุ่มเฉพาะที่มีความหลากหลาย ที่ยังไม่ได้รับสิทธิ และความเท่าเทียม ซึ่งต้องการส่งเสียงให้ทุกคนได้ยิน พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ชมได้มีส่วนร่วมกับการแสดง อาทิการยกเมืองออกเสียง การให้แสงส่องสว่างจากโทรศัพท์มือถือ สะท้อนการเชื่อมโยงของคนในสังคม ที่พร้อมเดินหน้าแก้ปัญหาไปด้วยกัน

สอดคล้องกับที่ สสส. ได้ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และทุกภาคส่วนผลักดันและขับเคลื่อนในหลายมิติ โดยมีแผนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ ซึ่งมีความก้าวหน้าเรื่องการลดความเหลื่อมล้ำหลายมิติ ทั้งการพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบาย ศักยภาพภาคีเครือข่าย นวัตกรรมต่างๆ ให้เกิดการมีสิทธิและเข้าถึงบริการสาธารณะที่เอื้อต่อการมีสุขภาวะ เช่น ส่งเสริมให้คนพิการได้รับการจ้างงาน มีรายได้ กว่า 7,000 คน สร้างความเข้มแข็งและพัฒนาศักยภาพชมรมผู้สูงอายุ สร้างเครือข่ายช่วยเหลือเยียวยาผู้หญิงที่ถูกกระทำความรุนแรง ส่งเสริมการมีอาชีพให้ผู้มีรายได้น้อย ตั้งหลักชีวิต มีความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพ

ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะรองประธานกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ประกาศผลักดันข้อเสนอเชิงนโยบาย 9 ข้อ ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรมทางสุขภาพประชากรกลุ่มเฉพาะ ประกอบด้วย 1.การเข้าถึงบริการสุขภาพที่เป็นธรรม 2.การจัดสวัสดิการสังคมแบบถ้วนหน้า 3.การเสริมพลังประชากรกลุ่มเฉพาะ 4.เสริมพลังเครือข่ายภาคประชาสังคม 5.การมีส่วนร่วมของชุมชนในการฟื้นฟูศักยภาพความเข็มแข็งประชากรกลุ่มเฉพาะ 6. การสร้างหลักประกันในการดำรงชีวิต 7.การลดความรุนแรง 8.การเข้าถึงบริการสาธารณะที่เป็นมิตรสำหรับทุกคนตามแนวคิดการออกแบบเพื่อทุกคน และ 9.การเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าสู่สังคมสูงวัย พร้อมยืนยันว่า จะสนับสนุนการพัฒนาและขับเคลื่อนนโยบายที่เกี่ยวข้อง ทำให้เสียงที่ตกหล่น เสียงที่คนอื่นไม่ได้ยินจากประชากรกลุ่มเฉพาะให้ดังขึ้นและถูกนำไปพัฒนาชีวิตทุกคนในสังคม

“ต้องขอบคุณ สสส.ที่คิดมติแผนงานในกลุ่มเปราะบางต่างๆ ที่บางครั้งสังคมอาจจะไม่รู้จักด้วยซ้ำ ถ้าการที่สังคมไม่รู้จัก การที่จะไปสนับสนุนผ่านนโยบายต่างๆ อาจจะทำได้ยาก แต่เมื่อเขามีตัวตนขึ้นมาแล้ว เขามีเสียงขึ้นมา ซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ก็จะนำไปสู่การคิดนโยบายหรือ กฎหมาย ที่เป็นสิทธิหน้าที่หน่วยงานต้องปฏิบัติต่อเขา” ดร.สาธิต กล่าว

ดร.สุปรีดา  อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุน สสส. เปิดเผยถึงเป้าหมาย 10 ปี ของ สสส. มีวิสัยทัศน์เพื่อให้ทุกคนบนแผ่นดินไทยมีวิถีชีวิต สังคมและสิ่งแวดล้อม ที่สนับสนุนต่อการมีสุขภาวะที่ดี ส่งเสริมประชาชนมีสุขภาวะที่ดี ลดปัจจัยเสี่ยงหลัก และปัจจัยเสี่ยงต่างๆ โดยทุกแผนของ สสส. ไม่เพียงมุ่งผลในประชากรในภาพรวม แต่ยังจะต้องคำนึงถึงการลดความเหลื่อมล้ำในกลุ่มประชากรต่างๆ ด้วย โดยเฉพาะประชากรบางกลุ่มที่มีทั้งความเปราะบาง มีความเสี่ยง หรือต้องการกระบวนการพิเศษในการเข้าถึงการสร้างเสริมสุขภาพ และไม่ได้รับประโยชน์จากการส่งเสริมสุขภาพตามมาตรการและนโยบายภาพรวม ยิ่งในช่วงการระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อกลุ่มประชากรเฉพาะ ทำให้มีความเปราะบางมากขึ้นทั้งจากด้านเศรษฐกิจ สังคม ศาสนา และวัฒนธรรม

“สสส. พบว่าระบบบริการสุขภาพมีผลต่อสุขภาวะเพียง 10% เท่านั้น แต่ปัจจัยที่มีส่วนกำหนดสุขภาพว่าดีหรือไม่ดีมากที่สุด คือ วิถีชีวิตและพฤติกรรม 51% รองลงมาคือชีววิทยามนุษย์ 20% และสิ่งแวดล้อม 19% ต้องยอมรับว่าการทำให้สุขภาพดีเปรียบเหมือนการเข็นครกขึ้นภูเขา ที่ต้องอาศัยหลายภาคส่วนร่วมมือกัน งานเสียงที่คนอื่นไม่ได้ยิน ครั้งที่ 2 มีเป้าหมายรวบรวมเสียงสะท้อนจากมุมสำคัญ ทำให้ทุกเรื่องที่ต้องดีขึ้น ควรดีในทุกกลุ่ม ไม่ใช่แค่บางกลุ่ม และสื่อสารประเด็นลดความเหลื่อมล้ำทางสุขภาพในช่วงทศวรรษต่อไปในการทำงานของ สสส. เน้นการสร้างผลลัพธ์ทางสุขภาพ ขยายผลต้นแบบงานสร้างเสริมสุขภาพสำหรับประชากรกลุ่มเฉพาะ ให้เกิดการนับเราด้วยคน คือทำอย่างไรให้ทุกคนมีสิทธิ มีเสียง มีสวัสดิการ ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ทุกภาคส่วน ผ่านการผลักดันนโยบาย ผ่านกระบวนการเรียนรู้ และการสื่อสาร รวมถึงสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีและระบบดิจิทัลเพื่อสร้างเสริมสุขภาพ ที่ก็ต้องคำนึงถึงการลดความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัลในกลุ่มประชากรที่ขาดโอกาสควบคู่ไปด้วย ” ดร.สุปรีดา กล่าว

ด้าน นายสุพจน์ หลี่จา เครือข่ายชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย กลุ่มชาติพันธุ์เผ่าลีซู บ้านปางสา ตำบลป่าตึง อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย สะท้อนเสียงในฐานะประชากรกลุ่มเฉพาะ ว่าหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการส่งเสียงครั้งนี้ เสียงของพวกเขาจะถูกรับฟังและได้ยินดังไปถึงผู้คนในสังคม ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐ หรือ หน่วยงานต่างๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการพัฒนาศักยภาพ และดูแลในเรื่องสวัสดิการ และความเป็นอยู่ รวมทั้งสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่ประชากรกลุ่มเฉพาะพึงมีตามรัฐธรรมนูญ เหมือนคนไทยทุกคน