คัดลอก URL แล้ว
‘ส่งเด็กชาย 7 เดือน’ ผนังหัวใจรั่วผ่าตัดด่วน จากหนองคาย ถึง รพ.จุฬาฯ แล้ว

‘ส่งเด็กชาย 7 เดือน’ ผนังหัวใจรั่วผ่าตัดด่วน จากหนองคาย ถึง รพ.จุฬาฯ แล้ว


กรณีเพจถนนมิตรภาพ-รถติดบอกด้วย โพสต์แจ้งขอทางนำส่งเคสฉุกเฉินเด็กชายวัย 7 เดือน น้ำหนัก 4 กิโลกรัม เป็นโรคผนังหัวใจรั่ว รับจาก โรงพยาบาลหนองคาย ส่งปลายทาง โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เพื่อทำการผ่าตัดหัวใจเร่งด่วน โดยเส้นทางรถพยาบาลใช้เส้นทาง ถ.มิตรภาพ-หนองคาย-เลี่ยงเมืองอุดรธานี และ ถนนมิตรภาพ-ขอนแก่น มุ่งหน้ากรุงเทพฯ มีเจ้าหน้าที่นำคอยอำนวยความสะดวกในการนำทางให้ตลอดเส้นทา

ทางเพจบอกอีกว่า กำหนด ว.21 ออกจากโรงพยาบาลหนองคาย เวลาประมาณ 07:15 น. ที่ผ่านมา ขบวนรถใช้ความเร็ว เนื่องจากเด็กตัวเขียว และใช้เครื่องช่วยหายใจอยู่ อาการยังไม่ทรงตัว หากมีภาวะแทรกซ้อนเกิดขึ้นจะนำเข้าโรงพยาบาลศูนย์ตามจังหวัดที่ผ่านทันที จึงได้โพสต์ขอความร่วมมือแจ้งผู้สัญจรบนถนนมิตรภาพ

ส่วนเหตุผลที่หลายคนสงสัย ว่าทำไมไม่นำเด็กขึ้นอากาศยาน เนื่องจากแพทย์ให้ความเห็นว่า น้องเป็นผนังหัวใจรั่ว บวกกับอายุยังน้อยมาก ข้อจำกัดในการใช้อากาศยานมีแรงกดอากาศ มีผลกับเรื่องลม
รั่วในผนังหัวใจของน้อง และอุปกรณ์บางอย่างไม่สามารถนำขึ้นอากาศยานได้ เพราะมีการคำนวน เกี่ยวกับแรงกดดันของอากาศ

โดยเมื่อเวลา 13.18 น.ที่ผ่านมา ขบวนรถพยาบาลนำส่งเด็กชายเดินทางถึง ถึง ตึก สก. ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ โรงจุฬาลงกรณ์ รวมระยะทางกว่า 620 กิโลเมตร ใช้เวลา 6 ชั่วโมงเศษ

เมื่อมาถึงเจ้าหน้าที่ได้นำรถเข็นเปลเคลื่อนย้ายออกจากรถพยาบาล ซึ่งมีแม่เด็กชายอุ้มลูกชายไว้ในอ้อมอกตลอดเวลา

พ.ต.อ.จิรกฤต จารุณภัทร์ รอง ผู้บังคับการตำรวจจราจร (รอง ผบก.จร.) / เผยว่าครั้งนี้ได้รับการประสานงานจากหลายภาคส่วนทั้งตำรวจทางหลวง การทางพิเศษฯ และสภากาชาดไทยที่ประสานขออำนวยความสะดวก ซึ่งภารกิจนำส่งตัวจากต่างจัดหวัดลักษณะนี้ไม่ได้มีบ่อย

โดยอุปสรรควันนี้เป็นเรื่องของเวลาที่จะต้องทำเวลาให้ได้เร็วที่สุด เนื่องจากน้องอายุเพียง 7 เดือน ไม่สามารถเคลื่อนย้ายบนอากาศยานได้ตามการประเมินของแพทย์ แพทย์ได้ประเมินแล้วว่าการเดินทางโดยรถพยาบาลจะปลอดภัยที่สุดไม่เสี่ยงเรื่องความดันอากาศ เพราะเด็กเป็นโรคเกี่ยวกับหัวใจ / ในรถพยาบาลของสภากาชาดไทยมีอุปกรณ์ที่ความพร้อมทุกอย่างสำหรับการส่งตัวแล้ว ตอนนี้น้องถึงมือแพทย์เรียบร้อยแล้ว

ภารกิจครั้งนี้ ต้องขอบคุณทุกภาคส่วนที่ให้ความร่วมมือ รวมถึงประชาชนที่สัญจรในเส้นทางที่รถเคลื่อนผ่านที่ให้ความร่วมมือในการหลบหลีกเป็นอย่างดี ซึ่งในกรุงเทพมหานคร ภารกิจแบบนี้มีบ่อย แต่ภารกิจการนำส่งผู้ป่วยจากต่างจังหวัดที่มีระยะทางไกลขนาดนี้ ไม่ได้มีบ่อยนัก ครั้งนี้ใช้ความเร็วเฉลี่ยประมาณ 150 ถึง 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง