คัดลอก URL แล้ว
“วราวุธ” ร่อนหนังสือตอบ “รองประธานสภาฯ” หลังประสานแก้ไขน้ำเน่าเสีย “คลองบางแพรก” จ.นนทบุรี ที่เข้าขั้น “เสื่อมโทรมมาก” แต่ถูกปล่อยลงเจ้าพระยาจน ปชช.เดือดร้อน

“วราวุธ” ร่อนหนังสือตอบ “รองประธานสภาฯ” หลังประสานแก้ไขน้ำเน่าเสีย “คลองบางแพรก” จ.นนทบุรี ที่เข้าขั้น “เสื่อมโทรมมาก” แต่ถูกปล่อยลงเจ้าพระยาจน ปชช.เดือดร้อน

นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มีหนังสือถึง นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 เรื่อง ผลการดำเนินการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนเกี่ยวกับการปล่อยน้ำเสียออกมาจากคลองบางแพรก (ข้างกรมราชทัณฑ์) ลงแม่น้ำเจ้าพระยา โดยสาระสำคัญระบุว่า กรมควบคุมมลพิษ ได้รับเรื่องร้องเรียนการปล่อยน้ำเสียลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่ จ.นนทบุรี และได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับเทศบาลนครนนทบุรี เมื่อวันที่ 13 มี.ค.65 พบว่า จุดปล่อยน้ำเสียดังกล่าว เป็นสถานีสูบน้ำคลองบางแพรก (กรมราชทัณฑ์) รับผิดชอบโดยสำนักงานเทศบาลนครนนทบุรี ในช่วงนั้นเจ้าหน้าที่ประจำสถานีฯ แจ้งว่า บานประตูระบายน้ำของสถานีฯ ที่เปิดเพื่อระบายน้ำออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาแบบยกขึ้นลงชำรุด ตั้งแต่วันที่ 4 มี.ค.65 ระหว่างการซ่อมแซม จึงใช้วิธีสูบน้ำออกจากคลองบางแพรก (กรมราชทัณฑ์) วันละ 2-4 ครั้ง เพื่อควบคุมปริมาณน้ำที่อาจมีผลกระทบต่อระดับน้ำในบ้าน ห้องน้ำ ห้องสุขาของประชาชนที่อยู่ติดริมคลอง มีฟองสีขาวเกิดขึ้นในช่วงที่เปิดเครื่องสูบน้ำ สภาพน้ำในคลองบางแพรกเป็นน้ำเสียจากชุมชนมีสีดำคล้ำ มีกลิ่นเหม็น ก่อนที่การดำเนินการซ่อมแซมประตูระบายน้ำจะเสร็จเรียบร้อยในภายหลัง

หนังสือแจ้งต่อว่า ทั้งนี้คลองบางแพรก เป็นคลองสาธารณะที่อยู่ในการดูแลของสำนักงานเจ้าท่าส่วนภูมิภาคสาขานนทบุรี ความยาวประมาณ 2 กิโลเมตร มีแหล่งกำเนิดของน้ำเสีย ได้แก่ เรือนจำบางขวาง, วัด, ชุมชนริมน้ำ, ร้านอาหาร, ศูนย์การค้า และพื้นที่สวนเกษตร จากการตรวจวัดคุณภาพน้ำในภาคสนาม จำนวน 3 จุดทั้งในแม่น้ำเจ้าพระยา และในคลองบางแพรก พบว่ามีคุณภาพน้ำต่ำกว่าเกณฑ์คุณภาพน้ำในแหล่งน้ำผิวดิน ตามประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ฉบับที่ 8 (พ.ศ.2537) เรื่อง กำหนดมาตรฐานคุณภาพน้ำในแหล่งน้ำผิวดิน โดยจัดอยู่ในเกณฑ์เสื่อมโทรมมาก โดยสภาพน้ำในคลองก่อนถึงประตูระบายน้ำ มีสีดำ และมีกลิ่นเหม็น น้ำมีการไหลเวียนช้า และมีเศษวัชพืชปกคลุม  กรมควบคุมมลพิษ ได้แจ้งให้เทศบาลนครนนทบุรี เร่งดำเนินการซ่อมแชมประตูระบายน้ำสถานีสูบน้ำคลองบางแพรกโดยเร็ว พร้อมสร้างความตระหนักให้แก่ชุมชนในการลดการทิ้งของเสียลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะ และติดตั้งถังบำบัดน้ำเสียครัวเรือน รวมทั้งประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดการแก้ไขปัญหาน้ำเสีย โดยจัดทำเป็นแผนงานแก้ไขปัญหาเสนอต่อคณะกรรมการแก้ไขปัญหาน้ำเสียในระดับจังหวัด

หนังสือแจ้งอีกว่า กรมควบคุมมลพิษ ได้จัดทำแผนปฏิบัติการยกระดับคุณภาพน้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา พ.ศ.

2562-2570 เพื่อใช้เป็นกรอบและทิศทางในการจัดการและแก้ไขปัญหาน้ำเสียให้สอดคล้องกับสถานการณ์

คุณภาพน้ำและใช้เป็นกรอบแนวทางดำเนินการร่วมกันในการยกระดับคุณภาพน้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยาภายใต้

แผนแม่บทด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี (พ.ศ.256–2580) และได้จัดส่งให้สำนักงาน

ทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการลุ่มน้ำสำหรับใช้บริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศ

ภายใต้พระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ.2561 โดยกำหนดแนวทางการแก้ปัญหา 5 มาตรการ คือ

1.การป้องกัน ควบคุม กำกับ ดูแลและบังคับใช้กฎหมาย, 2.การลดการระบายน้ำเสียลงสู่แหล่งน้ำ, 3.การติดตามตรวจสอบและการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำ, 4.การปรับปรุงสภาพแวดล้อมและระบบนิเวศของแหล่งน้ำ และ 5.การประชาสัมพันธ์ เผยแพร่องค์ความรู้ ส่งเสริมการมีส่วนร่วม และสร้างจิตสำนึกให้กับทุกภาคส่วน

หนังสือระบุด้วยว่า ปัจจุบันจังหวัดนนทบุรีมีระบบบำบัด น้ำเสียชุมชน 2 แห่ง คือระบบบำบัดน้ำเสียรวมของเทศบาลนครนนทบุรี รองรับน้ำเสีย และระบบบำบัดน้ำเสียรวมชุมชนของเทศบาลนครปากเกร็ด แต่ยังไม่ครอบคลุมพื้นที่บริเวณคลองบางแพรก ซึ่งตั้งอยู่ในเขตเทศบาลนครนนทบุรี ทาง จ.นนทบุรี จึงได้แต่งตั้งคณะทำงานแก้ไขปัญหาน้ำเสียจากแหล่งกำเนิดในพื้นที่ขึ้น เพื่อผลักดันส่งเสริมให้หน่วยงานราชการ สถานศึกษาและศาสนสถานในพื้นที่ มีระบบบำบัดน้ำเสีย และผลักดันให้เกิดระบบบำบัดน้ำเสียรวมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อรองรับน้ำเสียที่เพิ่มขึ้น โดยคุณภาพน้ำเสื่อมโทรมในคลองบางแพรกส่วนใหญ่เกิดจากน้ำเสียชุมชนที่กระจายตัวในพื้นที่ ซึ่งเป็นบ้านเรือนอาคารที่ตั้งอยู่ริมน้ำ ดังนั้น เพื่อให้การแก้ไขปัญหาน้ำเสียในพื้นที่ จ.นนทบุรี เป็นรูปธรรมและยั่งยืน การดำเนินการแก้ไขปัญหาต้องอาศัยกลไกการขับเคลื่อนของคณะทำงานแก้ไขปัญหาน้ำเสียจากแหล่งกำเนิดในพื้นที่ จ.นนทบุรี และการดำเนินการตามกรอบอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งเทศบาลนครนนทบุรี, สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขานนทบุรี, โครงการชลประทาน จ.นนทบุรี สำนักงานชลประทานที่ 11, สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.นนทบุรี, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และกรมควบคุมมลพิษ 

“ต้องเร่งผลักดันการจัดให้มีระบบรวบรวมน้ำเสียในบริเวณชุมชน ที่อยู่ใกล้เคียงคลองบางแพรกเข้าสู่ระบบบำบัดน้ำเสียรวมของเทศบาลนครนนทบุรี และมีระบบบำบัดน้ำเสียรวมในพื้นที่ที่อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา หรือคลองสาธารณะ พร้อมส่งเสริมให้บ้านเรือน อาคารทุกประเภท สถานประกอบการ ที่อยู่ริมน้ำต้องมีการติดตั้งถังดักไขมันและ/หรือระบบบำบัดน้ำเสีย ณ แหล่งกำเนิด เพื่อลดการระบายน้ำเสียและบำบัดน้ำเสียจากแหล่งกำเนิดมลพิษของตนเองก่อนปล่อยออกสู่ภายนอก โดยกรมควบคุมมลพิษ จะดำเนินการกำกับดูแลและบังคับใช้กฎหมายกับแหล่งกำเนิดมลพิษที่จะต้องถูกควบคุมการปล่อยน้ำเสียลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะหรือออกสู่สิ่งแวดล้อมอย่างเข้มงวดต่อไป” หนังสือกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ระบุ