เมื่อวันที่ 16 ก.พ.ที่รัฐสภา นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (กระทรวง พม.)
พร้อมด้วยนายอนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทรวง พม. และนายกฤษดา สมประสงค์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน นายสยาม นนท์คำจันทร์ ผู้ช่วย ผอ.พอช. ร่วมกันแถลงข่าวชี้แจงกรณีที่นายพันธุ์ศักดิ์ ซาบุ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคพลังปวงชนไทย อภิปรายเรื่องบ้านมั่นคงริมคลองเปรมประชากร พาดพิงการดำเนินโครงการบ้านมั่นคงในหลายประเด็น ตั้งแต่เรื่องไม่มีการสำรวจรับฟังความคิดเห็นชาวชุมชนในการทำโครงการ เอื้อประโยชน์ต่อผู้ผิดกฎหมาย โครงการบ้านมั่นคงทำให้ทัศนียภาพคลองทั้งหมดหายไป ทำให้เกิดน้ำท่วม เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยนายจุติ กล่าวยืนยันว่าโครงการบ้านมั่นคงในคลองเปรมประชากรเป็นการพัฒนาพื้นที่ริมคลองเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในกรุงเทพฯ ทำให้ทัศนียภาพในคลองดีขึ้น ระบายน้ำได้สะดวก และแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของประชาชนที่มีรายได้น้อยตามนโยบายของรัฐบาล ทำให้ชาวบ้านมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง เปลี่ยนจากผู้บุกรุกเป็นผู้เช่าที่ดินอย่างถูกต้อง ขณะนี้สร้างบ้านในคลองลาดพร้าว-คลองเปรมประชากรแล้วเสร็จมีประชาชนเข้าอยู่อาศัยแล้ว 4,700 ครัวเรือน
นายจุติ กล่าวว่า ส่วนมีการระบุว่า มีผู้ได้บ้านมั่นคงในคลองเปรมประชากร มีนามสกุลเดียวกับรัฐมนตรีนั้น ตนได้ตรวจสอบแล้ว พบว่าเป็นความจริง ชื่อป้าอ้วน เป็นญาติเของตนเอง เป็นผู้ที่มีรายได้น้อย ซึ่งโครงการบ้านมั่นคงเป็นโครงการจากประชาชนที่ต้องการที่อยู่อาศัย เป็นโครงการจากล่างขึ้นบน
“ป้าอ้วนที่เป็นญาติผม สามีเสียชีวิตไปแล้วกว่า 10 ปี โดยป้าอ้วนได้ลงทะเบียนขอรับสิทธิ์เมื่อเดือนมิถุนายน 2562 ก่อนที่ผมจะเป็นรัฐมนตรีกระทรวง พม. ผมมารับตำแหน่งตอนปลายเดือนกรกฎาคม 2562 ซึ่งทุกอย่างเป็นไปตามระเบียบ ขั้นตอน ไม่ผิดกฎหมายแน่นอน” นายจุติกล่าว
นายกฤษดา สมประสงค์ ผู้อำนวยการ พอช. กล่าวว่าว่า โครงการบ้านมั่นคงริมคลองลาดพร้าวและคลองเปรมประชากร มีกระบวนการ 10 ขั้นตอน เริ่มตั้งแต่การสำรวจข้อมูลชุมชน และขั้นตอนที่สำคัญก็คือ การประชุมพี่น้องประชาชนเพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกัน กำหนดออกแบบการอยู่อาศัยร่วมกัน ส่วนประเด็นโครงการบ้านมั่นคงทำให้ทัศนียภาพคลองหมดไป ขอชี้แจงว่า เดิมคลองเปรมประชากรมีการรุกล้ำของสิ่งปลูกสร้าง มีความกว้างเฉลี่ย 18-20 เมตร แต่เมื่อทำโครงการไปแล้ว ทำให้คลองมีความกว้างไม่น้อยกว่า 25 เมตร ทำให้เกิดความเป็นระเบียบ ทัศนียภาพคลองดีขึ้น น้ำในคลองไหลสะดวกมากขึ้น
“ส่วนประเด็นการตรวจสอบผู้มีสิทธิ์ จากเดิมมี 42 ครัวเรือน เป็น 101 ครัวเรือนนั้น ขอชี้แจงว่า ประชาชนในพื้นที่แห่งนี้มีทั้งหมด 88 ครัวเรือน แต่ก่อสร้างจริงตามสิทธิ์ 97 ครัวเรือน ซึ่งจำนวนที่เพิ่มมานั้น โครงการบ้านมั่นคงให้สิทธิ์กับประชาชนครอบครัวขยาย เพราะบางครอบครัวอยู่กันอย่างแออัด ฉะนั้นจาก 88 ครอบครัวจึงเพิ่มมาเป็น 97 ครัวเรือน สำหรับประเด็นการหาประโยชน์ในที่ดินนั้น ยืนยันว่า พื้นที่ริมคลองเป็นพื้นที่ของกรมธนารักษ์ โดยกรมธนารักษ์ได้ให้ประชาชนเช่าอาศัยในราคาถูก เพื่อดูแลคุณภาพชีวิตประชาชน ในราคาตารางวาละ 6 บาทต่อปี ทำให้ประชาชนลดรายจ่าย มีรายได้มาดูแลตัวเองมากขึ้น” ผอ.พอช. กล่าวและว่า ที่อภิปรายว่าโครงการบ้านมั่นคงทำให้เกิดน้ำท่วมนั้น บ้านมั่นคงบริเวณวัดรังสิตเป็นที่ราชพัสดุ กรมธนารักษ์ดูแล เมื่อมีการสร้างบ้านมั่นคง จัดระเบียบพื้นที่แล้ว ทำให้คลองมีความกว้างไม่น้อยกว่า 25 เมตร จึงทำให้น้ำในคลองไหลสะดวกมากขึ้น

