คัดลอก URL แล้ว
PM 2.5 ภาคเหนือยังวิกฤติ ส่วนกทม.-ปริมณฑลเพิ่มสูงขึ้น

PM 2.5 ภาคเหนือยังวิกฤติ ส่วนกทม.-ปริมณฑลเพิ่มสูงขึ้น

KEY :

สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM 2.5 ในประเทศไทยยังคงมีแนวโน้มใกล้เคียงกับเมื่อวานนี้ในหลายพื้นที่

โดยในภาคเหนือ แนวโน้มปริมาณฝุ่น PM 2.5 มีทิศทางที่ลดลงในหลายพื้นที่โดยเฉพาะทางตอนบนของภาค แต่ก็ยังอยู่ในระดับที่สูงเกินค่ามาตรฐานและเป็นอันตรายต่อสุขภาพทั้งภาคเหนือ เนื่องจากการระบายอากาศในระยะนี้อยู่ในเกณฑ์ “อ่อน/ไม่ดี” ต่อเนื่องจนถึงวันที่ 20 เม.ย.

หลังจากนั้นการระบายอากาศจะเริ่มดีขึ้น แต่ก็ยังอยู่ในระดับที่ไม่ดีนัก จึงคาดว่า จะยังคงมีฝุ่นสะสมตัวได้ต่อเนื่องจนถึงช่วงปลายเดือนเม.ย. 2566

อย่างไรก็ตามในช่วงวันที่ 16 เม.ย. คาดว่าจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น และมีผลกระทบกับบริเวณภาคเหนือ โดยเฉพาะทางตอนล่างของภาค ก็คาดว่า จะช่วยลดฝุ่นควันที่สะสมในอากาศลงได้บ้าง

ภาพ – ศูนย์ข้อมูลการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ในพื้นที่บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แนวโน้มยังคงใกล้เคียงเดิมเช่นกัน มีแนวโน้มสูงขึ้นบริเวณตอนล่างของพื้นที่ แต่ไม่มากนัก ในขณะที่ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ ( 15 เม.ย. ) จะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น ซึ่งจะมีพายุฝนฟ้าคะนอง และลมกระโชกแรง จึงคาดว่า สถานการณ์น่าจะดีขึ้นในช่วง 2-3 วันนี้

สำหรับในพื้นที่ภาคกลาง มีแนวโน้มฝุ่น PM 2.5 เพิ่มสูงขึ้นหลายพื้นที่ เนื่องจากภาคกลางมีภาวะอากาศปิดใกล้ผิวพื้นที่บางพื้นที่ การระบายอากาศอยู่ในเกณฑ์ “อ่อน/ดี” จึงยังคงมีฝุ่นควันสะสมตัวได้

อย่างไรก็ตามในช่วงวันที่ 16-19 เม.ย. ที่จะมีพายุฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้น จึงคาดว่า จะช่วยลดการสะสมของฝุ่นควันลงได้บางส่วน

ภาพ – ศูนย์ข้อมูลการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

คุณอาจจะสนใจเรื่องนี้
พื้นที่ปลอดภัยจาก PM 2.5 ไม่ถึง 1% และผู้ที่หายใจในอากาศที่ปลอดภัยมีเพียง 0.001% เท่านั้น

กรุงเทพฯ – ปริมณฑลสภาพอากาศ มีแนวโน้มสูงขึ้น

สถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล มีแนวโน้มที่เพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากในช่วงวันที่ 14-16 เม.ย. นี้ พื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล การระบายอากาศทำได้น้อยลง และมีภาวะอากาศปิดใกล้ผิวพื้น ทำให้ฝุ่นควันสะสมตัวได้มากขึ้น

โดยในเช้าวันนี้ ( 14 เม.ย. 08.00 น. ) พบว่า ในพื้นที่กรุงเทพฯ มีจำนวนทั้งหมด 11 พื้นที่ที่พบว่ามีปริมาณฝุ่น PM 2.5 สูงเกินค่ามาตรฐาน และเริ่มส่งผลกระทต่อสุขภาพแล้ว ประกอบไปด้วย

โดยหลังจากวันที่ 16 เม.ย. เป็นต้นไปคาดว่าสถานการณ์จะดีขึ้น มีการระบายอากาศได้เพิ่มมากขึ้น

10 จุดค่าฝุ่นสูงสุดในไทย

สำหรับ 10 จุดที่มีรายงานค่าฝุ่นละออง PM 2.5 สูงที่สุดในประเทศเมื่อเวลา 08.00 น.จากรายงานของ ศูนย์ข้อมูลการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้แก่

จุดตรวจวัดปริมาณฝุ่น PM 2.5*
1หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ชม.5 (ปิงโค้ง)
ต.ปิงโค้ง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่
662
2บ้านทุ่งบวกข้าว
ต.แม่ปั๋ง อ.พร้าว จ.เชียงใหม่
615
3รพ.สต.บ้านใหม่
ต.เมืองคอง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่
593
4บ้านหลวง
ต.โหล่งขอด อ.พร้าว จ.เชียงใหม่
584
5สถานบริการสาธารณสุขชุมชนบ้านเมืองนะ
จ.เชียงใหม่
581
6บ้านแม่ปั๋ง
ต.แม่ปั๋ง อ.พร้าว จ.เชียงใหม่
563
7รพ.ปางมะผ้า
ต.สบป่อง อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน
503
8รพ.สต.บ้านถ้ำลอด
ต.ถ้ำลอด อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน
491
9วัดบ้านดอนศรีสะอาด
ต.เชียงดาว อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่
487
10บ้านห้วยกุ
ต.ป่าตุ้ม อ.พร้าว จ.เชียงใหม่
486

* ค่าฝุ่นละอองเป็นไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

รายงานจุดความร้อนในภูมิภาค

รายงานจุดความร้อนจาก GISTDA เมื่อวานที่ผ่านมา แม้ว่าจะเป็นวันสงกรานต์ จำนวนจุดความร้อนที่เกิดจากการเผาจะลดลง แต่ก็ยังคงสูง โดยพบจุดความร้อนในภูมิภาคทั้งหมด 11,546 จุด

ซึ่งจำนวนจุดความร้อนที่พบในประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคมีจำนวนดังต่อไปนี้

สำหรับจุดความร้อนในประเทศไทยนั้น ยังคงพบว่า พื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือยังคงมีจำนวนจุดความร้อนมากที่สุด โดยพบทั้งหมด 924 จุด ลดลงจากเมื่อวันก่อน

โดย 10 จังหวัดที่พบจุดความร้อนสูงสุดได้แก่

จังหวัดจำนวนจุดความร้อน
1เชียงราย195
2เชียงใหม่175
3น่าน129
4แม่ฮ่องสอน92
5กำแพงเพชร54
6เลย47
7พะเยา44
8เพชรบูรณ์41
9อุตรดิตถ์34
10ตาก33