คัดลอก URL แล้ว
เพื่อชาติ เปิดนโยบายมีชีวิตสาธิตความพร้อมแก้ปัญหาปากท้องประชาชน

เพื่อชาติ เปิดนโยบายมีชีวิตสาธิตความพร้อมแก้ปัญหาปากท้องประชาชน

เพื่อชาติเปิดนโยบายมีชีวิตสาธิตความพร้อมแก้ปัญหาปากท้องประชาชนทูตต่างประเทศให้ความสนใจร่วมกิจกรรม ด้านหัวหน้าพรรคแย้มพรุ่งนี้เปิดปราศรัยใหญ่ชุมพร

วันนี้เวลา 17.00 น. พรรคเพื่อชาติจัดงาน Live Policy for All คณะทำงานพรรคเพื่อชาติ นำโดย นำโดย น.ส.ปวิศรัฐฐ์ ติยะไพรัช หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ, ดร. ยงยุทธ ติยะไพรัช ที่ปรึกษาพรรคเพื่อชาติ, ร.ต.อ. ดร. นิติภูมิธณัฐ มิ่งรุจิราลัยประธานที่ปรึกษาพรรคเพื่อชาติ, ร.อ. ดร. จารุพล เรืองสุวรรณ ประธานยุทธศาสตร์ และแคนดิเดทนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อชาติ และพล.ต.ต. ดร. ชยุต มารยาทตร์

ซึ่งกิจกรรมในวันนี้ถือว่าเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของทางการเมืองที่มีพรรคการเมืองที่ชื่อพรรคเพื่อชาติได้จัดตั้งศูนย์นโยบายมีชีวิตพรรคเพื่อชาติ หรือ Live Policy Center เพื่อนำเสนอนโยบายเสมือนจริงให้กับประชาชนภายใต้คอนเซ็ป “สาธิตให้ดูก่อนเลือก”ตามสโลแกนที่ว่า”พรรคเล็กแต่อินเตอร์”

โดยกิจกรรมภายในงานมีการจัดสาธิตโครงการต่างๆที่เกี่ยวข้องกับนโยบายของพรรคเพื่อชาติที่พรรคเพื่อชาติต้องการจะนำเสนอนโยบายต่างๆออกไปเพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่าพรรคเพื่อชาติมีความพร้อมที่จะอาสาเข้ามาดูแลแก้ปัญหาให้ประชาชนซึ่งกิจกรรมและการสาธิตโครงการต่างๆในวันนี้ก็เป็นการแสดงศักยภาพของพรรคเพื่อชาติให้ประชาชนได้รับรู้ว่าแม้จะยังไม่ได้เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรแต่พรรคเพื่อชาติก็ได้เริ่มทำทุกอย่างตามแนวนโยบายที่ได้หาเสียงกับประชาชนในพื้นที่ต่างๆ

และไม่เพียงแต่จะแสดงความพร้อมให้กับประชาชนที่กำลังตัดสินใจจะเดินเข้าคูหาลงคะแนนให้กับผู้สมัครและพรรคการเมืองในวันที่ 14 พฤษภาคมนี้เท่านั้น แต่จะเป็นการแสดงศักยภาพของพรรคการเมืองไทยให้ต่างประเทศได้เห็นด้วยเพราะกิจกรรมที่จัดขึ้นในวันนี้มีตัวแทนจากสถานทูตประเทศต่างๆ อาทิ ตัวแทนจากสถานทูตประเทศลาว ตัวแทนจากสถานทูตประเทศสหรัฐอเมริกา และ ตัวแทนจากสถานทูตประเทศรัสเซีย เดินทางมาเยี่ยมชมกิจกรรมในวันนี้ด้วย

โดย นายยงยุทธ กล่าวถึงกิจกรรมในวันนี้ว่าในทางการเมืองมีข้อกฎหมายระบุไว้อย่างชัดเจนว่าไม่ให้ชาวต่างชาติช่วยพรรคการเมืองหาเสียงแต่ไม่ได้มีการห้ามว่าพรรคการเมืองสามารถที่จะแสดงวิสัยทัศน์หรือแสดงนโยบายต่างๆให้กับชาวต่างชาติหรือคนทั่วไปได้รับรู้ถึงเป้าประสงค์และความมุ่งมั่นของพรรคที่จะเข้ามาช่วยดูแลแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชน และการเปิดศูนย์นโยบายมีชีวิตของพรรคเพื่อชาติก็ถือเป็นพรรคการเมืองแรกที่คิดทำเรื่องนี้เพราะพรรคเพื่อชาติมองว่าปัจจุบันโลกเปลี่ยนแปลงไปรวดเร็วในทุกด้านไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจสังคมดังนั้นนโยบายหรือกฎหมายข้อบังคับต่างๆในอดีตก็ควรจะต้องเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป ข้อกฎหมายข้อบังคับบางเรื่องที่ใช้มาตั้งแต่สมัยอดีตในปัจจุบันนี้ใช้ไม่ได้แล้วเพราะล้าสมัยเกินไปพรรคเพื่อชาติจึงต้องการที่จะเปลี่ยนกระบวนความคิดเปลี่ยนแปลงข้อบังคับต่างๆในอดีตให้ทันสมัยขึ้น เพื่อเปลี่ยนให้บริบทของสังคมและบริบทของเศรษฐกิจในประเทศดีขึ้น เกษตรกรหรือผู้มีรายได้น้อยจะไม่ต้องตกอยู่ในวังวนของอุตสาหกรรมนายทุน ที่มีเจ้าสัวดึงประชาชนเข้าไปสู่วังวนอุตสาหกรรมและได้รายได้เป็นค่าตอบแทนที่เรียกว่าเงินค่าจ้าง ปัจจุบันนี้ในสังคมไทยก็ยังมีปัญหากับเรื่องของค่าแรงกับค่าครองชีพที่ไม่สมดุลกันทั้งที่ประเทศไทยเป็นประเทศที่ผลิตของกินของใช้แต่เกษตรกรปรับอยู่ในสถานะยากจน พรรคเพื่อชาติจึงต้องการที่จะให้คำนิยามใหม่ด้วยการเริ่มต้นด้วยนโยบายปฏิวัติเขียวให้เกษตรนำเศรษฐกิจให้ประเทศไทยกลายเป็นครัวของโลกและต่อยอดสินค้าทางการเกษตรเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ที่พรรคเพื่อชาติเน้นในเรื่องของนโยบายปฏิวัติเขียวเป็นเรื่องที่เด่นที่สุดก็เพราะต้องการทำลายระบบเจ้าสัวที่เป็นระบบทำลายล้างพื้นฐานของประเทศเข้ามาครอบงำทั้งเศรษฐกิจสังคมคนจนก็จนลงแต่มีเพียงคนไม่กี่ตระกูลที่ร่ำรวยขึ้นทุกวันดังนั้นพรรคเพื่อชาติจึงต้องการที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำและความไม่เท่าเทียมในสังคมให้ประชาชนทุกคนสามารถอยู่ได้เลี้ยงปากเลี้ยงท้องตัวเองได้และไม่ต้องเป็นทาสของนายทุน

ในขณะที่ น.ส.ปวิศรัฐฐ์ กล่าวถึงกิจกรรมในวันนี้ว่าการที่พรรคเพื่อชาติจัดกิจกรรมนำเสนอนโยบายผ่านศูนย์นโยบายมีชีวิตครั้งนี้ก็เพราะต้องการให้เห็นถึงศักยภาพของพรรคการเมืองที่แม้ว่าจะไม่ใช่พรรคการเมืองขนาดใหญ่และแทบจะไม่ได้รับความสนใจจากสื่อในประเทศแต่การจัดกิจกรรมครั้งนี้ก็มีทูตและตัวแทนคณะทูตจากสถานทูตต่างๆเดินทางมาเยี่ยมชมศูนย์นโยบายมีชีวิตที่ภายในศูนย์ได้จัดเตรียมการสาธิตกิจกรรมต่างๆที่เกี่ยวข้องกับนโยบายของพรรคเพื่อชาติที่ได้หาเสียงไว้กับพี่น้องประชาชนเพื่อแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของพรรคเพื่อชาติที่จะเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนทั้งในเรื่องเศรษฐกิจและเรื่องปากท้อง และที่สำคัญพรรคเพื่อชาติจะเน้นในเรื่องของความเท่าเทียมความเสมอภาคของทุกคนในสังคมที่จะต้องได้รับการดูแลอย่างเท่าเทียมกันโดยไม่เลือกปฏิบัติ และพรรคเพื่อชาติก็ให้คำมั่นสัญญาว่าพรรคเพื่อชาติจะทำนโยบายที่ยั่งยืนเพื่อแก้ปัญหาปากท้องให้กับพี่น้องประชาชนที่ต้นตอไม่ว่าจะเป็นทั้งของประชาชนคนไทยทั่วไปและเกษตรกรที่ยังคงอยู่ในสภาพตกเป็นทาสของนายทุนอยู่ในภาวะถูกความเหลื่อมล้ำกดให้ต่ำไม่สามารถลืมตาอ้าปากได้

นอกจากนี้ น.ส.ปวิศรัฐฐ์ ยังได้กล่าวถึงการลงพื้นที่ว่าหลังจากนี้พรรคเพื่อชาติจะยังคงลงพื้นที่หาเสียงอย่างต่อเนื่องและก็จะชี้แจงนโยบายกับประชาชนในทุกพื้นที่ที่ลงไปหาเสียงเพื่อให้ประชาชนได้นำไปประกอบการพิจารณาเพื่อที่จะลงคะแนนเสียงให้กับพรรคเพื่อชาติและผู้สมัครจากพรรคเพื่อชาติ

ส่วนการจัดเวทีปราศรัยนั้นพรรคเพื่อชาติมีกำหนดการที่จะจัดตั้งเวทีปราศรัยในภาคใต้ที่จังหวัดชุมพร ในวันที่ 5 พฤษภาคมนี้ ส่วนเวทีปราศรัยใหญ่ในกรุงเทพมหานครนั้นทางคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อชาติจะมีการปรึกษาหารือกันอีกครั้งว่าจะมีการจัดตั้งเวทีปราศรัยใหญ่ในพื้นที่กรุงเทพฯหรือไม่หรือหากมีการจัดจะจัดในเขตพื้นที่ใด