คัดลอก URL แล้ว
นายกรัฐมนตรี จ่อปรับแผนแก้ยาเสพติด เป็นระยะสั้น ชี้ต้องเร่งยึดทรัพย์- เผาทำลายยาเสพติด

นายกรัฐมนตรี จ่อปรับแผนแก้ยาเสพติด เป็นระยะสั้น ชี้ต้องเร่งยึดทรัพย์- เผาทำลายยาเสพติด

การประชุมรัฐสภา เพื่อให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ แถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา เป็นวันที่สอง ได้เริ่มขึ้นเมื่อเวลา 09.10 น. โดยมีนายพรเพชร วิชิตชลชัย รองประธานรัฐสภา เป็นประธานการประชุม ซึ่งให้สมาชิกรัฐสภาอภิปรายต่อเนื่องจากวันที่ 11 ก.ย. โดยไม่เช็คองค์ประชุม เพราะเป็นการพิจารณาต่อเนื่อง

สำหรับการใช้เวลาอภิปรายนโยบายรัฐบาลในวันแรก (11 ก.ย.) นั้น สำนักประชุมสภาฯ แจ้งผลสรุปไว้ว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 24 นาที คงเหลือเวลา 3 ชั่วโมง 35 นาที, สว. ใช้เวลา 3 ชั่วโมง 21 นาที คงเหลือ 1 ชั่วโมง 38 นาที, สส.พรรคร่วมรัฐบาล ใช้เวลา 3 ชั่วโมง 1 นาที คงเหลือ 1 ชั่วโมง 58 นาที, สส.พรรคร่วมฝ่ายค้าน ใช้เวลา 7 ชั่วโมง 32 นาที เหลือเวลา 6 ชั่วโมง 27 นาที และเวลาของประธาน ใช้เวลา 31 นาที คงเหลือ 29 นาที ดังนั้นเวลาที่ใช้รวมทั้งสิ้น 15 ชั่วโมง 50 นาที คงเหลือ 14 ชั่วโมง 9 นาที

โดยนายวีระศักดิ์ ภูครองหิน สว. อภิปรายเสนอแนะให้รัฐบาลปรับกรอบเวลาแก้ปัญหายาเสพติดจากที่กำหนดไว้ในกรอบระยะกลางและระยะยาว เป็นกรองระยะสั้น เพื่อให้ทำได้ทันที โดยเฉพาะการกำหนดนิยาม ผู้เสพ คือ ผู้ป่วย ต้องทำความเข้าใจที่ชัดเจน ระหว่างผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงระดับนโยบาย ปัจจุบันมีคณะกรรมการดำเนินการทั้งส่วนกลางและพื้นที่ ทั้งนี้ตนมองว่าองค์กรที่สำคัญและมีบทบาทมาก คือ คณะกรรมการหมู่บ้านที่จะช่วยคัดกรองผู้เสพว่าเป็นอย่างไร นอกจากนั้นผู้ที่เสพยา และได้รับการบำบัดแล้ว จะทำอย่างไรเพื่อให้ใช้ชีวิตหรือคุณภาพชีวิตที่ดี อยู่ร่วมสังคมได้ ไม่เป็นปัญหาสังคม

ต่อจากนั้นเวลา 09.35 น. นายเศรษฐา ลุกชี้แจงทันที ว่า ตนขอขอบคุณที่เสนอแนะให้วางกรอบการแก้ปัญหายาเสพติดเป็นกรอบระยะสั้น ซึ่งวันที่ 16 ก.ย.นี้ ตนจะประชุมคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องเพื่อบูรณาการงานร่วมกัน พร้อมกับวางแผนในระยะสั้น ถึงระยะยาว จากนั้นจะแถลงให้ประชาชนทราบอีกครั้ง รัฐบาลตระหนักในปัญหายาเสพติด และจากการลงพื้นที่พบว่าปัญหายาเสพติดเป็นประเด็นที่ประชาชนเรียกร้องอย่างมาก ไม่ด้อยไปกว่าปัญหาปากท้อง ดังนั้นรัฐบาลต้องจัดการแน่นอน ทั้งเรื่องผู้เสพคือผู้ป่วย รวมถึงหากรักษาหายแล้วจะทำอย่างไร เพื่อส่งคืนสู่ครอบครัวอย่างมีศักดิ์ศรี ไม่กลับมาเสพอีก

นายเศรษฐา ชี้แจงด้วยว่า สำหรับการบริหารจัดการผู้ทำผิด รวมถึงการยึดทรัพย์ที่เป็นปัญหา รัฐบาลตระหนักและมองว่าต้องยึดทรัพย์โดยเร็ว รวมถึงการทำลายยาเสพติดที่หากทำช้าจะมีการลักลอบออกไป ดังนั้นต้องเร่งจัดทำแผนงานระยะสั้น เพื่อให้สถาบันครอบครัวแข็งแรง.