คัดลอก URL แล้ว
พิษณุโลก แม่น้ำน่านเพิ่มระดับต่อเนื่องประชาชนเฝ้าระวังน้ำล้นตลิ่งเร่งบรรจุกระสอบทรายเพื่อรับมือ

พิษณุโลก แม่น้ำน่านเพิ่มระดับต่อเนื่องประชาชนเฝ้าระวังน้ำล้นตลิ่งเร่งบรรจุกระสอบทรายเพื่อรับมือ

เมื่อเวลา 20.00 น วันที่ 1 ตุลาคม 2568 ผู้สื่อข่าวจังหวัดพิษณุโลกลงพื้นที่บริเวณที่สถานีวัดน้ำ N.5A (สะพานเอกาทศรถ เมืองพิษณุโลก) ระดับน้ำแม่น้ำน่านผ่านกลางเมืองพิษณุโลก อยู่ที่ 9.30 เมตร ซึ่งเหลือจำนวนแค่ 1.03 เมตร แม่น้ำน่านจะล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่เศรษฐกิจเมืองพิษณุโลก ซึ่งมีประชาชนให้ความสนใจเดินทางมาดูระดับแม่น้ำน่านอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์น้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนและพื้นที่เศรษฐกิจ

ขณะที่ชุมชนริมน้ำ เช่น หมู่ 4 ต.หัวรอ (ชุมชนบ้านแม้วเตาไห) ภายใต้การนำของ นายโสภณ แสงตาหล้า ผู้ใหญ่บ้าน ได้ระดมชาวบ้านนำกระสอบทรายที่ได้รับการสนับสนุนจากวัดโพธิ์และ อบจ.พิษณุโลก มาอุดท่อระบายน้ำเพื่อป้องกันน้ำหนุนจากแม่น้ำ และติดตั้งเครื่องสูบน้ำเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ตลอดทั้งคืน เนื่องจากเป็นที่ลุ่มต่ำ ก่อนถึงตัวเมืองพิษณุโลก

กรมชลประทานได้ยกระดับการเตือนภัยแม่น้ำน่านเป็น “ธงสีส้ม” และคาดการณ์ว่าระดับน้ำจะขึ้นสูงสุด (Peak) ในช่วงบ่ายวันพรุ่งนี้ (2 ต.ค.) โดยจะเกิน 10 เมตร ซึ่งใกล้เคียงระดับตลิ่งที่สถานีวัดน้ำ N5A (สะพานเอกาทศรถ) ซึ่งอยู่ที่ 10.37 เมตร ทำให้มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่เศรษฐกิจในเขตอำเภอเมือง ประกาศเตือนภัยครอบคลุม 3 อำเภอ อ.พรหมพิราม: ต.ตลุกเทียม, ศรีภิรมย์, มะต้อง, วงฆ้อง, พรหมพิราม, ท่าช้าง, หนองแขม, มะตูม อ.เมืองพิษณุโลก ต.มะขามสูง, ปากโทก, พลายชุมพล, หัวรอ, ในเมือง, วัดจันทร์, ท่าทอง, ท่าโพธิ์, วัดพริก, งิ้วงาม, วังน้ำคู้ อ.บางกระทุ่ม: ต.บ้านไร่, โคกสลุด, ไผ่ล้อม, นครป่าหมาก,บางกระทุ่ม, ท่าตาล, สนามคลี ปภ.จังหวัดพิษณุโลก ได้ส่งข้อความแจ้งเตือนให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำน่านและพื้นที่ลุ่มต่ำในพื้นที่ดังกล่าว เตรียมยกของขึ้นที่สูง ดูแลกลุ่มเปราะบาง และติดตามข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด

ด้าน นายชวลิต สุราราช ผู้อำนวยการส่วนบริหารจัดการน้ำและบำรุงรักษา สำนักงานชลประทานที่ 3 ระบุว่า จากการตรวจวัดปริมาณน้ำล่าสุดที่สถานีวัดน้ำ N.60 บริเวณอำเภอตรอน จังหวัดอุตรดิตถ์ พบว่ามีอัตราการไหลผ่านอยู่ที่ 1,320 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (cms) และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้ระดับน้ำในพื้นที่ท้ายน้ำเพิ่มสูงตามลำดับ สชป.3 จึงได้หารือร่วมกับสำนักงานชลประทานที่ 4 และโครงการชลประทานที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดมาตรการเร่งด่วนในการบริหารจัดการน้ำ ดังนี้

มาตรการเร่งด่วนในการรับมือสถานการณ์

  1. ปรับลดการระบายน้ำ : ลดการระบายน้ำลงคลองผันน้ำยมน่าน งดการระบายน้ำ ของคลอง DR15.8 และ DR2.8 ชั่วคราว เพื่อชะลอน้ำไม่ให้เข้าสู่แม่น้ำน่านโดยตรง
  2. เพิ่มการรับน้ำในระบบอื่น: เพิ่มการระบายน้ำลงคลองยมสายเก่า,เร่งส่งน้ำเข้าสู่คลอง C1 เพื่อช่วยตัดยอดน้ำจากการไหลเข้าสู่แม่น้ำน่านทั้งหมด
  3. การหน่วงน้ำตามศักยภาพ: สั่งการให้โครงการชลประทานในพื้นที่ ได้แก่ คบ.ผาจุก, คบ.นเรศวร, คบ.แควน้อย, และ คบ.พลายชุมพล ปรับแผนบริหารจัดการเขื่อนและประตูระบายน้ำ โดยพิจารณา “หน่วงน้ำ” ตามศักยภาพของแต่ละพื้นที่ และควบคุมการระบายอย่างเหมาะสม
  4. รับน้ำเข้าทุ่งและพื้นที่เกษตร: • พิจารณารับน้ำเข้าสู่ทุ่งหรือพื้นที่เกษตรกรรมที่เก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว เพื่อลดผลกระทบน้ำล้นตลิ่งและชะลอปริมาณน้ำลงสู่ด้านท้ายน้ำ

โดยกำหนดระยะเวลาดำเนินการมาตรการทั้งหมดนี้จะเร่งดำเนินการอย่างต่อเนื่องในช่วง 2–3 วันข้างหน้า หรือจนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ พร้อมกับแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ โดยสำนักงานชลประทานที่ 3 ได้เน้นย้ำทุกโครงการในพื้นที่ เร่งประชาสัมพันธ์และแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำให้ประชาชนในพื้นที่รับทราบอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำน่านและลำน้ำสาขา เพื่อเตรียมพร้อมรับมือและลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น