



ผลสำรวจชี้ผู้สูบบุหรี่ไฟฟ้าไทยเพิ่มกว่า 1 ล้านคนใน 5 ปี เด็กและวัยรุ่นกว่า 70% เป็นกลุ่มหลัก แพทย์ย้ำบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มอันตราย จี้รัฐบาลคงมาตรการห้ามและเร่งกวาดล้างจริงจัง
เด็ก–วัยรุ่นคือกลุ่มเสี่ยงหลัก นักสูบหน้าใหม่เพิ่มแรงในรอบ 5 ปี
เวทีเสวนาที่กรุงเทพฯ เมื่อ 9 ธันวาคม 2568 โดยคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีร่วมกับ สสส. และ สวรส. เปิดข้อมูลล่าสุดที่บ่งชี้ชัดว่า คนไทยอายุ 10 ปีขึ้นไปสูบบุหรี่ไฟฟ้าแล้วกว่า 1.7 ล้านคน เพิ่มขึ้นมากกว่า 1 ล้านคน ในรอบ 5 ปี โดยกว่า 73% เป็นคนอายุต่ำกว่า 30 ปี และมีเด็กวัย 10–19 ปีสูบกว่า 400,000 คน ครึ่งหนึ่งเพิ่งเริ่มสูบในรอบปีเดียว รศ.พญ.เริงฤดี ปธานวนิช ระบุว่า นักสูบหน้าใหม่ทะลุ 700,000 คน เฉพาะปี 2567–2568 และมากกว่าครึ่งเป็นผู้หญิง โดยแรงจูงใจสำคัญมาจากการ “สูบตามเพื่อน” กว่า 70%
นักวิชาการแพทย์ชี้ชัด บุหรี่ไฟฟ้า “ไม่ได้ลดอันตราย” แต่เพิ่มความเสี่ยง
ศ.ดร.สแตนตัน แกล็นซ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการควบคุมยาสูบจากสหรัฐฯ ย้ำว่าแนวคิด “ลดอันตราย” เป็นข้ออ้างจากอุตสาหกรรมยาสูบ ทั้งที่หลักฐานวิทยาศาสตร์จำนวนมากยืนยันว่าความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และภาวะเมตาบอลิกของผู้สูบบุหรี่ไฟฟ้าไม่ต่างจากบุหรี่ธรรมดา อีกทั้งผู้พยายามเลิกบุหรี่ด้วยบุหรี่ไฟฟ้ากลับมีโอกาสเสพทั้งสองอย่างเพิ่มขึ้นถึง 1.9–3.7 เท่า ทำให้ผลสุทธิ “เพิ่มอันตราย” แทนที่จะช่วยลด
แนะรัฐคงมาตรการห้าม–เพิ่มเข้มปราบปราม หลังพบลดการสูบในเด็กได้จริง
ข้อมูลสำคัญชี้ว่า หลังรัฐบาลเดินหน้ากวาดล้างบุหรี่ไฟฟ้าอย่างจริงจังเมื่อกุมภาพันธ์ 2568 อัตราการสูบของเด็ก 10–19 ปี ลดลงถึง 40% แสดงให้เห็นว่าการบังคับใช้กฎหมายมีผลอย่างเป็นรูปธรรม ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ ระบุว่า อันตรายของนิโคตินต่อสมองเด็กและความเชื่อมโยงกับปัญหาสุขภาพจิต พฤติกรรมเสี่ยง และการลักลอบผสมยาเสพติด ทำให้มาตรการคุมเข้มต้องดำเนินต่อเนื่อง พร้อมเสนอให้สำรวจข้อมูลทุกปีเพื่อวางแผนนโยบายให้เท่าทันสถานการณ์จริง