JAS ประกาศคว้าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 และ 2030 ในประเทศไทย พร้อมสิทธิ์การแข่งขันภายใต้ฟีฟ่าทุกรายการถึงปี 2030 ด้าน ดร.โสรัช อัศวะประภา เผยเบื้องหลังการเจรจามหากาพย์สำเร็จด้วยพลังทีมไทยแลนด์
บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS จัดงานแถลงข่าวที่ Stadium 29 ประกาศคว้าลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย โดยมี ดร.โสรัช อัศวะประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร JAS พร้อมด้วย พิชญ์ โพธารามิก ผู้ถือหุ้นใหญ่ของ JAS และ MONO รวมถึง นวมินทร์ ประสพเนตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โมโน เน็กซ์ จำกัด (มหาชน) ร่วมแถลงรายละเอียดความสำเร็จของดีลดังกล่าว
ดร.โสรัช เปิดเผยว่า การเจรจากับฟีฟ่าใช้เวลายาวนานและผ่านการพูดคุยหลายรอบ โดยช่วงระหว่างวันที่ 7-10 มิถุนายน ได้มีการหารือกับผู้บริหารระดับสูงของฟีฟ่าและ Media Rights อย่างต่อเนื่อง ก่อนจะได้ข้อสรุปอย่างเป็นทางการก่อนเที่ยงคืนของวันที่ 10 มิถุนายน พร้อมกล่าวขอบคุณรัฐบาลไทย สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และทุกภาคส่วนที่ร่วมกันผลักดันในนาม “ทีมไทยแลนด์” จนสามารถปิดดีลสำเร็จ
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร JAS ระบุว่า หนึ่งในความท้าทายสำคัญคือมูลค่าลิขสิทธิ์ที่ฟีฟ่ายืนราคาไว้ที่ 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐมาโดยตลอด ทำให้บริษัทเลือกปรับรูปแบบการเจรจาด้วยการซื้อแพ็กเกจระยะยาว ครอบคลุมทั้งฟุตบอลโลก 2026 และฟุตบอลโลก 2030 ซึ่งตรงกับวาระครบรอบ 100 ปีของฟีฟ่า ส่งผลให้แฟนบอลไทยไม่ต้องลุ้นเรื่องลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลกครั้งต่อไปอีก
นอกจากนี้ JAS ยังได้รับสิทธิ์ถ่ายทอดสดการแข่งขันภายใต้การดูแลของฟีฟ่าทุกรายการ ทั้งฟุตบอลโลกเยาวชน ฟุตบอลชิงแชมป์โลกในระดับต่าง ๆ และทัวร์นาเมนต์นานาชาติของฟีฟ่า ตั้งแต่ปี 2026 จนถึงปี 2030 โดยจะถ่ายทอดผ่านแพลตฟอร์ม Mono Max
สำหรับฟุตบอลโลก 2026 ที่จะมีการแข่งขันรวม 104 นัด แฟนบอลไทยจะได้รับชมผ่านฟรีทีวีอย่างน้อยวันละ 1 แมตช์ ผ่านช่อง MONOMAX SPORTS คาดว่าจะมีการถ่ายทอดสดฟรีประมาณ 40-50 นัด ขณะที่การแข่งขันครบทุกคู่ รวมถึงไฮไลต์สำคัญ จะรับชมได้ผ่านแพลตฟอร์ม Mono Max